คำสั่งศาล ยุติธรรมระหว่างประเทศพิสูจน์จุดยืนของอินเดีย

สคริปต์: ดร. ASHOK BEHURIA ผู้ประสานงานศูนย์เอเชียใต้ IDSA

โดยเป็นการพิสูจน์จุดยืนของอินเดียศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในคำสั่งของตนต่อปากีสถานกล่าวว่าปากีสถานจะต้องระงับการประหารชีวิต KulbhushanJadhavจนกว่าศาลจะมีคำตัดสินขั้นสุดท้ายในประเด็นนี้ คำสั่งนี้ได้รับไว้โดยเป็นเอกฉันท์และขอให้ปากีสถานแจ้งให้ศาลทราบถึงมาตรการที่จะใช้ในการดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว  อินเดียได้ฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ICJ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อปากีสถานเกี่ยวกับการคุมขังและการพิจารณาคดีของ นาย ยาทัฟ ซึ่งถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตโดยศาลทหารปากีสถานเมื่อวันที่ 10 เมษายนปีนี้

อินเดียกล่าวหาว่าปากีสถานละเมิดอย่างมหันต์ของอนุสัญญาเวียนนาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางกงสุล” ด้วยเหตุนี้ประเทศปากีสถานจึงจำเป็นต้องแจ้งให้อินเดียทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการควบคุมตัวนาย ยาทัฟ ให้การเข้าถึงทางกงสุลต่อจำเลยและแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบถึงสิทธิของตนภายใต้อนุสัญญาการ สื่อสารและติดต่อกับสถานกงสุล ในความเป็นจริงอินเดียได้รับแจ้งเกี่ยวกับการถูกจับกุมของนายยาทัฟ 22 วันหลังจากมีรายงานในสื่อของปากีสถานและต้องการการเข้าถึงทางกงสุลทันที อินเดียได้พยายามเข้าถึง 13 ครั้งโดยไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ประเทศนี้ต้องทาบทามสาล

ในขณะที่มีการดำเนินการตามกฎหมาย อินเดียได้ยื่นคำร้องขอ “บ่งชี้มาตรการชั่วคราว” ด้วยการระบุว่าการประหารชีวิตนายยาทัฟ “จะก่อให้เกิดอคติที่ไม่สามารถแก้ไขได้ต่อสิทธิที่อินเดียอ้าง” อินเดียกระตุ้นให้ศาลออกคำสั่ง ซึ่ง”ระบุมาตรการชั่วคราว” ทันทีตามมาตราที่ 41 ของธรรมนูญศาล “โดยไม่ต้องรอการพิจารณาด้วยวาจา” โดยคำนึงถึง “ความรุนแรงและความเร่งร้อนของอันตรายที่เจ้าหน้าที่ในปากีสถาน จะดำเนินการประหารชีวิตพลเมืองของอินเดียในการละเมิดพันธกรณีที่ปากีสถานมีต่ออินเดีย ประเทศนี้แย้งว่าปากีสถานได้ละเมิดอนุสัญญากรุงเจนีวา ซึ่ง

“ขัดขวางไม่ให้อินเดียใช้สิทธิของตนภายใต้อนุสัญญา” และริบรอนการคุ้มครองที่นายยาทัฟ พึงได้รับ ภายใต้อนุสัญญานี้และแสดงความกลัวว่าเขาอาจถูกประหารชีวิตเว้นแต่ศาลจะระบุ มาตรการชั่วคราวที่สั่งให้ปากีสถานดำเนินมาตรการทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการประหารชีวิตเขารจนกว่าจะมีคำตัดสินของศาลในคดีนี้

คณะลูกขุนเห็นพ้องกับมุมมองของอินเดียในเรื่อง “มาตรการชั่วคราว” หลังจากตัดสินเรื่องความเหมาะสมของคดีนี้ คณะลูกขุนเห็นด้วยกับจุดยืนของอินเดียที่ว่า”ความเสี่ยงต่อการเป็นอคติและความเร่งด่วนที่ไม่สามารถแก้ไขได้” เพราะ Jadhavอยู่ภายใต้โทษประหารชีวิตและสามารถถูกประหารเมื่อใดก็ได้

คำตัดสินชั่วคราวที่อ่านโดยประธานศาล ICJ, Ronny Abraham ได้พิจารณารายงานของปากีสถานว่า นายยาทัฟ จะไม่ถูกประหารชีวิตภายใน 150 วันนับจากวันที่ประกาศโทษและกล่าวว่ามีความเร่งด่วนเนื่องจากปากีสถานไม่ได้ให้การรับรองว่านายยาทัฟ จะไม่ถูกประหารชีวิตก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสินขั้นสุดท้าย

ก่อนหน้านี้ศาลได้ตัดสินว่าศาลมีอำนาจในการฟ้องร้องกรณีที่ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านกงสุลของอินเดียในกรณีนายยาทัฟ ดังนั้นตามมาตราข้อ 1 มีข้อพิพาท “เกิดจากการตีความหรือใช้อนุสัญญา [เวียนนา]” ซึ่งศาลมีเขตอำนาจศาล

ศาลได้พิจารณาข้อกล่าวหาของอินเดียว่า “น่าเชื่อถือ” ด้วยว่าปากีสถานได้ละเมิดอนุสัญญากรุงเวียนนาข้อ 36 (1) และไม่อนุญาตให้อินเดียใช้สิทธิในการปฏิบัติตามข้อผูกพันของกงสุล ดังนั้นศาลกล่าวว่ามีการเชื่อมโยงระหว่างสิทธิที่อินเดียอ้างและมาตรการชั่วคราวที่ขอให้รับรองสิทธิดังกล่าว

ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่ปากีสถานอาจสนับสนุนการอุทธรณ์ของ นายยาทัฟ เพื่อทบทวนคำตัดสินต่อเขาภายในระยะเวลา 40 วันที่กำหนดซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 19 พฤษภาคม  หรือจะผ่อนผันจุดยืนของตนในกรณีนายยาทัฟ อิสลามาบัดอาจไม่ปฎิบัติตามคำสั่งและดำเนินกระบวนการยุติธรรมที่เป็นเพียงละครและสร้างเพื่อเข้าใจผิดต่อประชาคมระหว่างประเทศเกี่ยวกับความจริงใจที่จะให้ความยุติธรรมแก่นายยาทัฟ  ตามวิถีของตนเอง

อย่างไรก็ตามหวังว่าอย่างน้อยที่สุดปากีสถานจะปฏิบัติตามคำสั่งของ ICJ และจะระงับการประหารชีวิตนายยาทัฟ ตราบใดที่เรื่องนี้อยู่ในศาล ICJ และทำให้ครอบครัวของเขาสบายใจขึ้นบ้าง