บทวิจารณ์เรื่องการเผชิญหน้ากันตามแนวชายแดนระหว่างอินเดียและจีน

การเผชิญหน้ากันต่อเนื่องระหว่างอินเดีย-จีน ณ ที่ราบสูง โดกลาม และระดับความก้าวร้าวของปักกิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นเต็มไปด้วยเล่ห์กลและน่าฉงน นักวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์ชี้ให้เห็นภาษาหยาบๆที่มักจะใช้โดยสื่อมวลชนจีน นอกจากนี้ขีดระดับของการเร่งระดมทหารในย่านนี้ไม่เคยมีมาก่อน การเผชิญหน้ากันปัจจุบัน เริ่ม วันที่ 16 มิถุนายน เมื่อทหารจีนพร้อมด้วยยายนต์ก่อสร้างและอุปการณ์สร้างถนนเริ่มเคลื่อนตัวไปทางทิศใต้ตรงเข้าไปยังเขตแดนภูฐาน-ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางทหารและเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับอินเดีย แล้วเพราะการร้องขอของภูฐานนั้นเองที่อินเดียส่งทหารไปต้านทานการรุกหน้าของจีน

ทั้งนี้ปรากฏชัดว่าสื่อมวลชนจีนกำลังเล่นลิ้นกับอินเดีย แต่การขานรับของอินเดียนั้นแน่วแน่พร้อมด้วยความพยายามที่จะปรับลดความร้อนแรง เหตุผลสำหรับแนวทางเข้าสู่ปัญหานี้เชิงขู่เข็ญของจีนไม่ยากที่จะค้นพบ จีนภายใต้การถือหางเสือของประธานาธิบดี ชี จิ่นเผิ่ง มีความมั่นใจอย่างก้าวร้าวในเรื่องต่างๆ รวมทั้งการรองรับกับประเทศบ้านเพื่อนต่างๆ การชวนทะเลาะของปักกิ่งเรื่องทะเลจีนใต้ยังส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านตื่นตกใจ

ผู้นำจีนสมัยนี้ไม่เหมือนเช่นผู้นำสมัยก่อนที่ถือว่าทุกสิ่ทุกอย่างอยู่หลังม่านไม้ไผ่ และไม่เอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เน้นไว้อีกต่อไป รองประธานรัฐสภายุโรป นายRyszardCzarneckiกล่าวว่าจีนดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบที่ยอมรับระหว่างประเทศอย่างตรงๆ การรับรองของปักกิ่งต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า “การผงาดอย่างสันติวิธีของตนจะไม่ส่งผลกระทบต่อระเบียบระหว่างประเทศนั้น ถูกเปิดโปง

โลกได้ประสบพบเห็นการทุ่มเทกำลังกายกำลังใจของประธานาธิบดี ชี จิ่นเผิ่ง ให้กับการสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความใฝ่ฝันของชาวจีนในการสร้างชาติจีนให้มีชีวิตชีวาที่สุด” ผู้รู้บางรายท้าวความถีงพฤติกรรมในอดีตของอาณาจักรจีนที่พยายามจะขยายเขตแดนโดยการอ้างว่าเป็นเจ้าเหนือประเทศเพื่อนบ้านเล็กๆ และไม่เคยขออโหสิในครอบครองทางทหาร

นอกจากนี้ องค์ประกอบภายในประเทศยังเป็นตัวย่างของพฤติกรรมเชิงเผชิญหน้ากันของจีน ประธานาธิบดี ชี ได้สถาปนาตนเองเป็นผู้นำหลักที่มีอำนาจและอิทธิพล เขาเป็นผู้นำระดับชาติ ในปรี 2012 และตั้งแต่นั้นมาได้ปรับปรุงเศรษฐกิจและการทหารของจีน การริเริ่มโครงการระเบียงเศรษฐกิจ ปากีสถาน-จีน ส่งผลให้เขาเป็นคนสำคัญระหว่างประเทศ หลายคนเห็นการเชื่อมโยงระหว่างการประชุมใหญ่แห่งชาติครั้งที่ 19 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งมีท่าทีว่าจะรับรองให้เขาอยู่ในอำนาจอีกสมัยหนึ่ง กับพฤติกรรมในเชิงก้าวร้าวเกี่ยวกับชุมทางสามแพร่งตามแนวชายแดนระหว่าง อินเดีย จีน และภูฐาน

การขานรับของอินเดียต่อการก้าวร้าวจากสื่อมวลชนจีนนั้นนุ่มนวล สุขุม และรอบครอบ สื่อมวลชนอินเดียเองไม่ได้ลงข่าวเกรี่ยวกราวเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากัน อินเดียยืนยันว่าช่องทางทางการทูตมีอยู่พร้อมที่จะแก้ไขสถานการณ์ นาย เอส ชัยศังกร ปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเมื่อเร็วๆนี้ว่าไม่มีเหตุผลกลใดที่ทั้งสองประเทศจะไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ และว่าอินเดียและจีนไม่ควรจะปล่อยให้ความแตกต่างกลายเป็นกรณีพืพาท Xinhua สื่อมวลชนของรัฐจีนรายงานว่าไม่มีช่องสำหรับการเจรจา เว้นแต่ว่าอินเดียถอนทหารออกเท่านั้น

จะอย่างไรก็ตาม เมือคำนึงถึงขนาดและขีดระดับของความสัมพันธ์ทางการพาณิชย์ระหว่างทั้งสองฝ่าย อินเดียและจีนจะต้องค้นหากลไกเพื่อปรับลดอุณหภูมิ รายงานบางกระแสแนะนำว่าคลังสองที่สนับสนุนโดยรัฐบาลกำลังมีการแลกเปลี่ยนไม่เป็นทางการเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ท่ามกลางการกล่าวหา และการโต้ตอบการกล่าวหา รัฐมนตรีอินเดียระดับอาวุโสได้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศ BRICS ในกรุงปักกิ่ง ทางหนึ่ง นายกรัฐมนตรี นเรนทร์ โมดี ได้พบ ประธานาธิบดี ชี จิ่นเผิ่ง ในเมืองแฮมเบิร์ก และได้มีการสนทนาเรื่องราวต่างๆ นายอชิต โดวาล ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของชาติอินเดียมีหมายกำหนดจะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของชาติกลุ่มประเทศ BRICS ในกรุงปักกิ่ง

รัฐบาลอินเดียได้รับรองกับฝ่ายค้านว่าอินเดียจะยับยั้งชั่งใจ และใช้สันติวิธี ในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวนี้