บทวิจารณ์การประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มประเทศโครงการห้าเหลี่ยมเศรษฐกิจ

การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกลุ่มประเทศโครงการห้าเหลี่ยมเศรษฐกิจ (BIMSTEC)ครั้งที่ 15 ได้จัดขึ้นในกาฎมาณฑู เมืองหลวงของเนปาล เพื่อปรับขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคในบรรดาประเทศริมอ่าวเบงกอล ย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันได้แก่ บังกลาเทศ ภูฐาน อินเดีย เนปาล ศรีลังกา พม่า และไทย  นางสุษมา เสาวราช รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินเดียได้เข้าร่วมการประชุมเป็นเวลาสองวัน    ทั้งนี้เป็นการเยือนประเทศเทือกเขาหิมาลัยระดับสูงเป็นครั้งแรกจากอินเดีย ภายหลังรัฐบาลของนายเชร์ บาหะดูร์ ดิวบา แห่งพรรคเนปาลี คองเกรส เข้ามามีอำนาจสืบแทน นายบุษบา กมาล ดาฮาล หรือ ประจันทา ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเนปาล (นิยมเหมา) เมื่อ เดือนมิถุนายน ตามเงื่อนไขการแชร์อำนาจ

ระหว่างเปิดการประชุม นายกรัฐมนตรีเนปาล นาย ดิวบา ได้ร้องขอให้กลุ่มประเทศโครงการห้าเหลี่ยมเศรษฐกิจ เป็นหุ้นส่วนที่มั่นคงและการประสานความร่วมมือที่แน่นแฟ้นเพื่อรองรับสิ่งท้าทายที่กำลังเผชิญหน้าภาคพื้นนี้   ระหว่างการเตือนความทรงจำของผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมว่าเหมือนเช่นภูมิภาคอื่นๆ ในโลก กลุ่มประเทศโครงการห้าเหลี่ยมเศรษฐกิจ ก็กำลังเผชิญหน้ากับอาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้าย และการลักลอบค้ายาเสพติด และการค้าขายอาวุธโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  นายกรัฐมนตรีเนปาลวอนขอให้ใช้ความยายามร่วมกันเพื่อต่อต้านอันตรายดังกล่าวข้างต้น   ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือขอบข่ายต่างๆ สิบสี่ขอบข่าย เช่น การค้า การลงทุน การพลังงาน การท่องเที่ยว การเกษตร การบรรเทาปัญหาความยากจน การต่อต้านการก่อการร้ายสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น  ก่อนหน้านี้ ระหว่างการเน้นความจำเป็นเพื่อความร่วมมือระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น ที่ประชุมครั้งที่ 18 ของเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกลุ่มประเทศโครงการห้าเศรษฐกิจได้เน้นความจำเป็นที่จะต้องขมวดวามตกลงการค้าเสรีในขั้นสุดท้ายระหว่างรัฐสมาชิก

นอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุมดังกล่าวแล้ว  รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ยังมีการเจรจาทวิภาคีกับผู้นำเนปาล ในกรุงกาฎมาณฑู  ด้วยมีความสำคัญยิ่งสำหรับประเทศทั้งสองการเยือนครั้งนี้มีขึ้นในห้วงเวลาที่รัฐบาลดิวบากำลังวุ่นอยู่กับงานเพื่อโน้มน้าวพรรคต่างๆของชาวมเธสี เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งสภาท้องถิ่น ระยะที่สาม ในสองจังหวัด ที่จะจัดขึ้นวันที่ 18 กันยายน ศกนี้ และสถาปนาสหพันธ์ และรัฐบาลประจำจังหวัด ภายในวันที่ 18 มกราคม 2018 เมื่อสมัยรัฐสภาชุดปัจจุบันจะหมดลง    อย่างไรก็ตาม    ประชาชนที่อยู่ในเขต เตราย ชายแดนเนปาลที่ติดต่อกับอินเดีย เช่น ชาวมเธสี กลุ่มชาติพันธุ์ ชาวฐารุส และชนกลุ่มน้อยอื่นๆอีก ยังใจแข็งในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และการกำหนดเขตแดนของจังหวัดใหม่ และการเลือกตั้งสหพันธ์

การเยือนของนางเสาวราชยังมีความสำคัญ ด้วยมีขึ้นในห้วงเวลาที่ปักกิ่งกับนิวเดลี เผชิญหน้ากัน ณ ชุมทางสามแพร่ง โดกลาม กับภูฐานเนปาลเองมีความวิตกเท่าๆกัน ด้วยมีชายแดนเปิดกับอินเดียและจีน  อย่างไรก็ตาม ผู้นำในกรุงกาฎมาณฑู แสดงจุดยืนที่แจ่มชัดว่าเนปาลต้องการการแก้ปัญหาระหว่างอินเดียและจีนโดยสันติวิธี  ตามมากับการเยือนกาฎมาณฑูของนางเสาวราชออย่างใกล้ชิด  คณะผู้แทนระดับสูงของจีน นำโดยรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งในบรรดาสี่คน คือ นายหวัง ยัง จะเยือนกรุงกาฎมาณฑู สัปดาห์หน้า เพื่อพยายามเพิ่มพูนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของปักกิ่งกับเนปาล   เวลานี้จีนกำลังพยายามเพิ่มพลังกับเนปาล ในด้าน เช่น การค้า การลงทุน การพลังงาน การเชื่อมทางรถไฟ และถนน

ในระหว่างการพำนักอยู่ในกรุงกาฎมาณฑู นางสุษมา เสาวราช ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ประธานาธิบดีเนปาล นาง พิทยา เทวี ภัณฑารี และนายกรัฐมนตรี เชร์ บาหะดูร์ ดิวบา  รัฐมนตรีอินเดียได้หารือลู่ทางเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพลังงาน การเชื่อมโยง และเพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ   นอกจากนี้ยังได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเนปาลเรื่องการเยือนอินเดียของท่าน ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม  ทั้งนี้จะเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของนายดิวบา หลังจากเข้ารับหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี  นางสุษมา เสาวราชได้มีการหารือในวงกว้างกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเนปาล นาย กฤษณะ บาหะดูร์ มหารา และทบทวนความก้าวหน้าของโครงการที่อินเดียสนับสนุนทางการเงินในเนปาล  คณะผู้แทนพรรครัษฎรียะ ชนตา แห่งเนปาลยังได้เข้าเยื่ยมคารวะรัฐมนตรีอินเดียด้วเช่นกัน

เมื่อพิจารณาที่ผู้มีหุ้นส่วนทางการเมืองในเนปาล จากมุมมองต่างๆแล้ว จะห็นได้ว่าเป็นภารกิจลำบากสำหรับรัฐบาลดิวบา ที่จะระดมเสียงข้างมากสองในสาม ในรัฐสภา เพื่อรับเอาบทแก้ไขเพิ่มเติมทางรัฐธรรมนูญ   ตามส่วนแล้ว อินเดีย สนับสนุนสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาทางสังคม-เศรษฐกิจของเนปาลเสมอ