อินเดียโต้แย้งข้อกล่าวหาของข้าหลวงใหญ่ฝ่ายผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ

นายเซอิด ราอาด อัล-ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ฝ่ายผู้ลี้ภัยสหประชาชาติได้กล่าวหาพม่าว่าดำเนินการชำระล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมโรหิงเกีย แม้กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์อินเดีย ซึ่งพยายามเนรเทศมุสลิมโรหิงเกียที่หนีเข้าอินเดีย ส่งผลให้อินเดียโต้แย้งการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

ประชาคมมุสลิมโรหิงเกียจำนวนหนึ่งล้านคนถูกกดขี่ข่มเหงและถือเป็นคนไร้ประเทศตั้งแต่ ปี 1982  ทั้งๆที่อยู่ในพม่ามาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนประเทศที่คนส่วนมากเป็นชาวพุทธจำแนกประเภทกลุ่มชาติพันธุ์นี้ว่า เป็น “คนเบงกาลี” ดังนั้นควรจะไปอยู่ในบังกลาเทศ  โรหิงเกียเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไร้ประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลก  รัฐบาลพม่า ไม่รับรองพวกเขาเป็นพลเมือง ซึ่งส่งผลให้พม่ากดขี่ตามชอบใจ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีข้อห้ามต่างๆนานา เช่นการเคลื่อนไหวไป-มา การเข้าถึงเศรษฐกิจ การศึกษา อนามัย และสิทธิอื่น ส่งผลให้คนพวกนี้ตกอยู่ในภาวะความยากจนค้นแค้น

เชื่อกันว่าโรหิงเกียประมาณ 400 คนถูกสังหารระหว่างการปฏิบัติการทางทหารเพื่อต่อต้านกลุ่มติดอาวุธมุสลิมโรหิงเกีย ในรัฐราขิน ที่อยู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของพม่า และทางตอนใต้ของบังกลาเทศ  ทหารบกพม่าอ้างว่าเป็นการปฏิบัติการต่อต้าน “ผู้ก่อการร้าย” ในประชาคมโรหิงเกีย  ระหว่างสัปดาห์ที่แล้วเพียงเท่านั้น ผู้ลี้ภัยโรหิงเกียประมาณ 3 หมื่นคน ข้ามเข้าบังกลาเทศซึ่งมีผู้ลี้ภัยโรหิงเกียอยู่แล้ว   ประมาณ 4 แสนคนในอินเดียมีผู้ลี้ภัยโรหิงเกียประมาณ 4 หมื่นคน ในจำนวนนี้ 1 หมื่น 6 พันคนได้รับเอกสารผู้ลี้ภ้ยสหประชาชาติรู้สึกว่าความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์สามารถจุดประกายในด้านตะวันตกของรัฐราขิน เพื่อรองรับการก่อความไม่สงบที่กำลังขยายตัว

อินเดียงุนงงมากเกี่ยวกับการสังเกตบางประการโดยข้าหลวงใหญ่ฝ่ายผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ  ผู้แทนถาวรอินเดียประจำสหประชาชาติกล่าวว่าการวินิจฉัยมีอุปทาน และแม้แต่รายงานที่ไม่ถูกต้องจะไม่ส่งผลให้มีความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนในสังคมใดๆ

อินเดียกังวลใจเรื่องคนย้ายถิ่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะ พร้อมความเป็นไปได้ว่าคนพวกนี้จะเป็นปัญหาท้าทายต่อความมั่นคง  การบังคับใช้กฎหมายไม่ควรจะเข้าใจผิดว่าเป็นการขาดความเมตตากรุณา

ก่อนนี้อินเดียกล่าวว่าคงมีความวิตกกังลวอย่างยิ่งเรื่องสถานการณ์ในรัฐราขิน และการทะลักออกของผู้ลี้ภัยโรหิงเกีย   อินเดียร้องของให้พม่าเจาะลึกสวัสดิการของประชากรพลเรือนในราขิน และกองกำลังความมั่นคงของพม่า เพื่อว่าความรุนแรงจะยุติ และสภาพปกติจะฟื้นฟูอย่างฉับพลันในรัฐนี้

ทั้งนี้จะต้องละเลิกความรุนแรงในรัฐราขินที่ยุ่งเหยิงของพม่า โดยการใช้ความบำยับบำยังและความรอบครอบ ในการรองรับวิกฤตผู้ลี้ภัยโรหิงเกียกระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ว่าอินเดียมีความวิตกกังลวอย่างยิ่งเรื่องสถานการณ์ในรัฐราขิน และการทะลักออกของผู้ลี้ภัยโรหิงเกียจากรัฐนี้และตำหนิอย่างรุนแรงต่อการโจมตีกองกำลังความมั่นคงของพม่า โดยผู้ก่อการร้ายในรัฐราขิน

ทั้งสองประเทศตอกย้ำความตั้งใจร่วมเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และจะไม่ยินยอมให้ยกเหตุผลหนึ่งใดมาเป็นข้ออ้าง   ระหว่างการเยือนพม่าของนายกรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆนี้   ท่านแสดงความกังวลใจเกี่ยวกับการเสียชีวิตของกองกำลังความมั่นคงของพม่า และประชาชนผู้บริสุทธิ์  นอกจากนี้ท่านร้องขอให้แก้ไขโดยยึดความเคารพสันติภาพ ความสามัคคีในหมู่ประชาคมต่างๆ ความเป็นธรรม ศักดิ์ศรี และคุณค่าทางประชาธิปไตย

พม่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการทูตมหาสมุทรของอินเดีย และหุ้นส่วนในนโยบายมองตะวันออกทั้งสองประเทศตอกย้ำความตั้งใจร่วมเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และจะไม่ยินยอมให้ยกเหตุผลหนึ่งใดมาเป็นข้ออ้าง  อินเดียจะมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาทางสังคม-เศรษฐกิจ ในรัฐราขิน โดยการดำเนินโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และทางสังคม-เศรษฐกิจ

แม้ว่าอินเดียจะไม่เป็นภาคยานุวัติของอนุสัญญาผู้ลี้ภัย 1951 ของสหประชาชาติ หรืออนุสัญาที่เกี่ยวกับสถานะของผู้ลี้ภัย 1967 ดังนั้น จึงไม่มีพันธกรณีที่จะให้ที่พักพิง  อย่างไรก็ตามอินเดียยึดมั่นในหลักการ และการพิทักษ์สิทธิมนุษยชนไม่มีความด่างพร้อย  ในอดีต อินเดียอ้าแขนรับผู้ลี้ภัยจากปากีสถานตะวันตกและตะวันออก พม่า ศรีลังกา ทิเบต และอัฟกานิสถานแต่โศกนาฎกรรมโรหิงเกียต้องการการขานรับระหว่างประเทศ