การเจรจาระหว่างปอมเปียว-ลาฟรอฟ:ความพยายามเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด

ตอนที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ ปอมเปียวเยื่อนรัสเซียเป็นครั้งแรกและมีการเจรจากับ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน มีเครื่องชี้แนะอย่างแจ่มชัดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ที่จะผ่อนคลายความตึงเครียดใหม่กับรัสเซีย

สงครามเย็นใหม่แต่จำลองได้อุบัติขึ้นระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ เมื่อไม่หลายปีมานี้นั้น อยู่ในความสนใจของประชาคมระหว่างประเทศ  ชมรมนัก วิเคราะห์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯจำนวนไม่มากนักต้องการที่จะเรียกความสัมพันธ์ที่ยุ่งยากระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯว่าเป็นสงครามเย็นจำลองเพราะไม่ประสงค์ที่จะยกอำนาจให้เป็นของรัสเซีย นั่นคือ ส่วนเสริมของอดีตสหภาพโซเวียต

ตามความเป็นจริง  แม้ในระหว่างสงครามเย็น ถึงว่าชมรมนักวิชาการในสหรัฐฯ จะให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับความเสมอภาคด้านนิวเคลียร์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ   แต่รัฐบาลสหรัฐฯตามลำดับมักจะไม่เต็มใจที่จะให้สถานภาพเท่าเทียมกันกับรัสเซีย โครงสร้างอำนาจโลกสองขั้วมักจะถึอว่าโอนเอียงไปทางสหรัฐฯเสมอ เพราะเหลี่ยมทางเศรษฐกิจและความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีนั่นเอง

แม้ในปัจจุบัน แทบจะไม่มีการรับรองความจริงโดยอเมริกาว่ารัสเซียมีสมรรถภาพและความสามารถที่จะต่อกรกับสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นอาวุธนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธ

จะอย่างไรก็ตาม ประชาคมระหว่างประเทศ ตระหนักดีในเรื่อง สงครามเย็นจำลองที่กำลังต่อเนื่องระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ   การสนับสนุนของรัสเซียต่อข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน การหนุนหลังรัฐบาลซีเรียและรัฐบาลมาดูโรในเวเนซูเอลา ส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์ปวดเศียรเวียนเกล้าที่จะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง

ก่อนนี้ สหรัฐฯ  เป็นคนยืนมองเพียงเท่านั้น ตอนที่รัสเซียเกร็งกล้ามทางทหารในอ๊อสเซเตียใต้ จอร์เจีย ยูเครนตะวันออก และยืดขยายไปผนวกไครเมียร์  สหรัฐฯกุลีกุจอลงโทษแต่ล้มเหลวที่จะป้องกันหรือลบล้างการกระทำของรัสเซีย

ก็เหมือนเช่นประธานาธิบดีคนก่อน บารัค โอบามา  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามได้มาซึ่งการปรับความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ แต่ทว่าการเมืองภายในประเทศกดกันทรัมป์ให้ยับยั้งการเข้าหา วลาดิเมียร์ ปูติน  การหาเสียงของทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ามีการเชื่อมต่อกับรัสเซียเพื่อต่อยอดความเป็นที่นิยม และกัดเซาะโอกาสที่ฮิลแลรี่ คลินตันจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ทันทีที่รายงานการสอบสวน Mueller ปลดเปลื้องโดนัลด์ ทรัมป์จากการกล่าวหา  สิ่งแรกที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯทำ คือพยายามที่จะกำจัดความไม่ไว้วางใจและปรับความสัมพันธ์กับรัสเซีย  ดังนั้น การพบกันระหว่างปอมเปียว-ลาฟรอฟ เป็นความพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ความมุ่งหมายของสหรัฐฯนั้นดูเหมือนจะมีหลากหลาย เช่น การจำกัดความใกล้ชิดระหว่างรัสเซีย-จีน  การต่อรองเรื่องการค้ากับจีน เป็นต้น

แต่การนำเสนอความคิดของรัฐบาลทรัมป์ต่อรัสเซียอาจจะไม่เป็นผลดีเท่าที่หวัง  ด้วยรัสเซียได้รับผลประโยชน์ของความร่วมมือด้านการพลังงานกับยุโรปอยู่แล้ว และกำลังจับตามองอย่างเงียบๆการห่างเหินระหว่างหุ้นส่วนทั่วแอตแลนติก เมื่อคำนึงถึงแถลงการณ์ที่ก้าวร้าวของทรัมป์ในเรื่องเนโต้และท่าทีใจเชิงไม่ร่วมมือต่อความเป็นหุ้นส่วนการค้าแลการลงทุนทั่วแอตแลนติกนอกจกนี้รัสเซียยังได้รับผลประโยชน์มากจากความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และพลังงานกับจีน

จะอย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์เชิงก่อและเชิงร่วมมือระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ  จะเป็นประโยชน์ต่อเสถีรยภาพระหว่างประเทศและเอื้ออาทรมากต่ออินเดีย ด้วยอินเดียเป็นผู้ได้รับเคราะห์ของความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ  อินเดียไม่ได้เข้าข้างใครระหว่างสงครามเย็น สหรัฐฯ -โซเวียต และพบว่าไม่เป็นประโยชน์ในการเข้าข้างใคร ในความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯในปัจจุบัน สหรัฐฯตั้งใจที่จะขายอาวุธให้กับอินเดียแต่ไม่ทำดังกล่าว กลับป้องกันอินเดียจากการซื้ออาวุธของรัสเซีย  การวางท่าของสหรัฐฯที่จะลงโทษหากอินเดียซื้อขีปนาวุธ S-400 จากรัสเซียส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อินเดีย-สหรัฐฯ  ดังนั้นความสัมพันธ์ที่ดีกว่าระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯจะเป็นประโยชน์สำหรับอินเดีย