การประชุมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการเงิน สหรัฐฯ-อินเดีย ครั้งที่ 7

การประชุมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการเงิน สหรัฐฯ-อินเดีย ครั้งที่ 7 จัดที่กรุงนิวเดลี เมื่อเร็วๆนี้ พร้อมวัตถุประสงค์ที่จะต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯและอินเดีย  รัฐมนตรีกระทรวงการพาณิชย์อินเดีย นางนิรมาลา สีตารามัณ นำคณะผู้แทนอินเดีย ส่วนคณะผู้แทนสหรัฐฯนำโดยนายสตีเฟน เอ็มนูชิน

แม้จะดูเหมือนว่า อินเดียพร้อมที่จะเป็นประธาน G20 ปี 2022  สหรัฐฯรับรองการสนับสนุนอินเดียที่จำเป็นรอบด้านในการประชุมที่นิวเดลี   การประชุมเน้นความยั่งยืนการเป็นหนี้ทั่วโลกและความโปร่งใสในสินเชื่อทวิภาคี  การดังกล่าวนี้บอกเป็นนัยถึงแผนของอินเดียเพื่อการสนธิทั่วโลกในการลงทุนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเน้นความปรารถนาอันแรงกล้าของอินเดียสำหรับวิเคราะห์ภาพรวมทางเศรษฐกิจมหภาคภายนอกเพื่อที่จะเร่งการลงทุนที่เป็นหลักทรัพย์จากต่างประเทศในการเสริมสร้างเศรษฐกิจอินเดีย

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทวิภาคี EFT ได้เน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพิ่มในเรื่องเศรษฐกิจทั่วโลก และการแก้ปัญหา “การตกต่ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในเวลาพร้อมกัน”ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้ และเน้นความสำคัญของ “การปฏิรูปภาคการเงิน” ในเรื่องนี้    ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้หารือเกี่ยวกับการรวมธนาคารของรัฐเข้าด้วยกันรวมทั้งการเพิ่มทุนให้กับธนาคาร เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจควบคุมทางการเงินได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องวิวัฒนาการกฎข้อบังคับทางการเงิน ใน “การเจรจาสนทนากฎข้อบังคับทางการเงิน” รวมถึงกฎข้อบังคับของภาคประกันภัย   การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อเติมจากการประชุมของนายสตีเฟน เอ็มนูชินกับผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งอินเดีย นายศักดิ์กันตะ ทาส เรื่องการหารือกรอบมหภาคเกี่ยวกับการเงิน ตัวต่อตัว

การเน้นของการประชุมทวิภาคีเรื่อง “การลงทุนที่เป็นหลักทรัพย์จากต่างประเทศ”เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ จำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์อย่างระมัดระวังเพราะอาจจะเป็นส่วนประกอบที่เปลี่ยนแปลงง่ายที่ตอบรับอย่างรวดเร็วต่อความแตกต่างในอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ อินเดียยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคโดยสมบูรณ์ซึ่งเป็นความตกลงการค้าเสรีระดับภูมิภาคโดยสมบูรณ์ที่เจรจาต่อรองระหว่างรัฐสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และหุ้นส่วนความตกลงการค้าเสรีของอาเซียน คือ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และนิวซีแลนด์   อินเดียไม่ลงนามในกติกาสัญญานี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคโดยสมบูรณ์ สามารถเป็นข้อตกลง ในฐานะ “ตัวเปลี่ยนเกม” หากความกังวลที่แท้จริงของอินเดียเกี่ยวกับ “การขาดดุลการค้า” ปัดเป่า  อย่างไรก็ตาม การประชุมทวิภาคีระหว่างนางสีตารามัณและนายเอ็มนูชิน เป็นรูปธรรมในกรณีความร่วมมือในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงการจัดการกับ “การเลี่ยงภาษีในต่างประเทศและการฝอกเงิน”

ในการเจรจา EFT  ภายใต้ความตกลงระหว่างรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการปฏิบัติตามภาษีบัญชีต่างประเทศ  การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทวิภาคีได้คืบหน้าในการแชร์ข้อมูลบัญชีทางการเงินระหว่างทั้งสองประเทศ    อย่างไรก็ตาม การแชร์ข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ร่วมยังคงเป็นขอบข่ายที่ละเอียดอ่อนในการเจรจาต่อรอง  กระนั้น ความก้าวหน้าที่สำคัญอีก ตามที่เน้นในแถลงการณ์ร่วมที่ออกมาภายหลังการสิ้นสุดลงของการประชุมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการเงิน สหรัฐฯ-อินเดีย ครั้งที่ 7 คือ การต่อต้านการให้เงินสนับสนุนการก่อการร้าย

ทั้งนี้มีความสำคัญที่จะเน้นแนวโน้มของรัฐและเทศบาลในอินเดียที่จะต้องยอมรับพันธบัตรต่างประเทศเพื่อจัดหาทุนให้กับโครงสร้างพื้นฐาน ยกตัวอย่าง เช่น พันธบัตรเงินรูปีที่รัฐบาลรัฐรกะเรลาขาย พันธบัตร เทศบาล ออกโดยเมืองปูเณ ปี 2017 เพื่อสนับสนุนโครงการ “นครอัจฉริยะ”  แม้จะดูเหมือนว่ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนที่ตั้งใหม่ของอินเดียเพื่อต่อยอดการลงทุนจากภาคเอกชนในรายจ่ายทุนในอินเดียเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่สหรัฐฯรับรองความรับผิดชอบต่อเนื่องใน “การช่วยเหลือทางวิชาการ”แก่อินเดีย และ “ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ซึ่งมีหลากหลาย”